วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2560

ผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร

     การใช้ชีวิตอยู่คนเดียวในกรุงเทพฯ มันไม่ง่ายเลย บางครั้งก็ท้อ บางครั้งรู้สึกเหงา คิดถึงบ้านที่ต่างจังหวัด คิดถึงพ่อแม่ อยากกอด อยากได้กำลังใจ และก็อยากเที่ยว ช่วงนี้กำลังว่างพอดี ก็ตัดสินใจกลับบ้านเลยละกัน แต่เอ๊ะ..!! เที่ยวศรีสะเกษนี่นะ ถ้าพูดถึงเรื่องท่องเที่ยว หลายๆคนอาจจะคิดถึงที่อื่น แต่วันนี้จะพาไปเที่ยวที่บ้านเรา น่าสนใจแค่ไหนไปดูกัน

เริ่มต้นจากขึ้นรถเมล์ไปหมอชิต2ค่ะ เมื่อถึงแล้วก็ไปซื้อตั๋วกันเลย... กรุงเทพฯ-กันทรลักษณ์ 380 บาท

เราเดินหาชานชลาที่97นานมาก เดินวนไปวนมา รถก็เยอะหาก็ไม่เจอ สุดท้ายตัดสินใจถามคนดีกว่าา เขาบอกว่าอยู่อีกฝั่ง คือ...เดินหาตั้งนาน555 สุดท้ายเราก็ได้ขึ้นรถสักที^^"
บขส. เขาเปลี่ยนเบาะใหม่ น่านั่งมากเลย เป็นเบาะนวดไฟฟ้า มีมาสักพักแล้ว ทำไมเราพึ่งได้นั่ง ^^ สำหรับเราราคา380 บาท ได้แบบนี้ ถือว่าโอเคเลย คุ้มค่ะ

วิธีการใช้งานและควบคุมเบาะไฟฟ้าก็ตามนี้เลยค่ะ
ปุ่มซ้ายสุด>>เลื่อนขึ้น-ลง สำหรับปรับที่รองขา
ปุ่มถัดไป >>ซ้าย-ขวา สำหรับปรับเอนนอน
ปุ่มสีแดง >> สำหรับเรียกพนักงาน ถ้าไม่จำเป็นก็อย่ากดนะค้าา พี่พนักงานเขาบอกว่ากดได้เฉพาะยามฉุกเฉินจริงๆ เช่น โดนล้วงกระเป๋า ของหาย หรือถูกลวนลาม ฯลฯ 
ปุ่มสีเหลือง >> สำหรับเปิด/ปิด ไฟอ่านหนังสือ
ปุ่มON >>เริ่มการใช้งานชุดนวดถุงลมไฟฟ้า
ปุ่มOFF >>หยุดการใช้งานชุดนวดถุงลมไฟฟ้า
และสิ่งที่ชอบที่สุดสำหรับเรานั่นก็คือ มีช่องUSB สำหรับชาจแบตด้วยด้วย เราก็เลยใช้โทรศัพท์แบบไม่กลัวแบตหมดเลยแหละ #ปลื้มมาก
ถ้าเรานั่งอยู่ปกติ ระดับสายตาเราจะมองไม่เห็นคนข้างหน้าเลย แต่ถ้ายืนขึ้นก็จะเห็นแบบในภาพนี้แหละ แต่เอ๊ะ... หรือว่าเราเตี่ย ทำไมไม่ค่อยเห็นคนเลย😁


มีถาดใส่อาหารด้วยนะคะ

วิธีการใช้ก็คือ เราต้องดึงขึ้น แล้วหักเข้าหาตัวเราตามรูป

ส่วนห้องน้ำจะอยู่ด้านหลังรถค่ะ

เปิดเข้ามาเราก็จะเจอกระติกน้ำร้อน+แก้วกระดาษสำหรับชงกาแฟ และก็ตู้ยา



ห้องน้ำก็อยู่ในนี้แหละ ไม่คับแคบจนเกินไป

ตามสโลแกนเลยค่ะวันนี้ ท่องเที่ยวทั่วไทย ไปกับ บขส.

          เรามาถึงกันทรลักษณ์ประมาณตี4 แล้วก็โทรหาพ่อกับแม่ให้มารับเลยค่ะ ไม่ได้มารับกลับบ้านนะ สถานีต่อไปคือ "ผามออีแดง" สำหรับชื่อนี้อาจจะฟังแล้วไม่คุ้นชินเท่าไหร่นัก หลายคนจะรู้จักที่นี้ในนามอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เป็นทางขึ้นไปยังปราสาทเขาพระวิหาร ปราสาทหินที่ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาพนมดงรัก ในพื้นที่ทับซ้อนชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างบ้านสรายจร็อม อ.จอมกระสานต์ จ.พระวิหาร ประเทศกัมพูชา และบ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ตอนเด็กๆเราก็เคยขึ้นไป2ครั้ง ถือว่าเป็นโบราณสถานที่มีความงดงามและกว้างใหญ่มากเลย ถ้าตอนนั้นมีโทรศัพท์ หรือกล้องถ่ายรูป ก็อยากจะถ่ายเก็บไว้มาก #แอบเสียดาย ตอนนี้ก็เป็นมรดกโลกไปแล้ว และสิ่งที่น่าเสียดายที่สุดก็คือ เราไม่สามารถขึ้นไปชมความงดงามได้อีกแล้วตั้งแต่ตกเป็นของกัมพูชา ทั้งที่ทางขึ้นก็อยู่ฝั่งไทย 

          ในเมื่อขึ้นไปปราสาทเขาพระวิหารไม่ได้ คนไทยอย่างเราก็ไม่ละเลิกที่จะท่องเที่ยว เพราะในอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารมีทัศนียภาพและทิวทัศน์ที่สวยงามอยู่หลายแห่ง เช่น จุดชมวิวผามออีแดงนั่นเอง คนส่วนมากจะนิยมมาชมพระอาทิตย์ขึ้นกันที่นี่ในช่วงเช้ามืด ถ้าหากมาช่วงฤดูหนาวก็จะมีทะเลหมอกให้ดูด้วยนะคะ


          เมื่อปี พ.ศ. 2502 ประเทศไทยได้ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นโบราณสถานแห่งชาติ และได้ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2504 ได้มีคณะครูจาก อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ได้ขึ้นเที่ยวชมปราสาทพระวิหาร ด้วยรถหกล้อและได้เกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำบริเวณเนิน 45 ทำให้ครูแดงได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล ภายหลังเสียชีวิตวิญญาณครูแดงได้มาปรากฏตัวให้เจ้าหน้าที่ทหารที่ดูแลบนปราสาทพระวิหารได้เห็นอยู่บ่อยครั้งจนเป็นที่กล่าวขาน ต่อมาได้ทำพิธีกรรมทางศาสนาเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ครูแดง และหลังจากนั้นก็ไม่มีใครเห็นวิญญาณครูแดงอีกเลย
            ผา หมายถึง หน้าผา 
            มอ หมายถึง เนิน  
            อี หมายถึง ภาษาท้องถิ่นอิสานใช้เรียกขาน เสมือนญาติใกล้ชิด เช่น อีพ่อ อีแม่ อีนาง เป็นต้น 
            แดง หมายถึง ชื่อของครูแดง



วันนี้คนน้อยค่ะ เพราะเราไม่ได้มาตรงกับวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ยิ่งถ้าเป็นช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาวนะ คนจะเยอะมาก รถติดยาวเลยค่ะ ได้ถ่ายรูปชิวๆ ได้ภาพสวยๆ ไม่ต้องเบียดเสียดกับใคร

ความสุข... ของการใช้ชีวิต คือการที่ได้เห็นพ่อกับแม่ยิ้มและมีความสุข 
แค่นี้เราก็ดีใจแล้ว นานๆจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน 😊

เริ่มสว่างแล้ว... ถ้าท้องฟ้าปลอดโปร่งกว่านี้ก็สามารถมองเห็นปราสาทเขาพระวิหารจากจุดที่ยืนอยู่ได้ค่ะ


หน้าผาสูงชันกั้นเขตแดนประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา ตลอดแนวที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมดงรัก พื้นที่ป่าไม้ในเขตชายแดนยังคงความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีสัตย์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่มาก ซึ่งกรมป่าไม้กำหนดและประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ


บังเกอร์หลบภัย เราสันสิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นช่วงที่ไทยและกัมพูชาแย่งชิงปราสาทเขาพระวิหารกันหรือปล่าวไม่แน่ใจค่ะ  ยังดูใหม่อยู่เลย


ค่าธรรมเนียมในการเข้าชม 
ผู้ใหญ่คนละ40บาท รถยนต์ 30 บาท


จุดชมวิวที่นี่อาจจะไม่ใช่ที่ที่สวยที่สุดในประเทศไทย แต่เป็นอีกหนึ่งที่ที่น่ามาเยือน น่ามาสัมผัส อากาศเย็นๆ และมุมมองใหม่ๆ ผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ

ลากลับแล้วค่ะ โอกาสหน้าเจอกันใหม่


ฝากกดไลค์เพจด้วยนะคะ จะรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวเรื่อยๆ >> ฌลากาล บันทึกการเดินทาง Shalakarn


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น